US คู่มือขอวีซ่าอเมริกา จับมือทำทีละขั้น ตั้งแต่เริ่มจนได้วีซ่า
🏢

วีซ่าโอนย้ายพนักงาน (L-1)

Intracompany Transferee (L1)

วีซ่า L-1 สำหรับพนักงานที่ทำงานกับบริษัทไทยต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปีใน 3 ปีที่ผ่านมา และถูกโอนไปทำงานที่บริษัทในเครือในสหรัฐฯ แบ่งเป็น L-1A (ผู้บริหาร/ผู้จัดการ) และ L-1B (ผู้มีความรู้เฉพาะทาง)

เหมาะกับ: ผู้จัดการ/ผู้บริหาร (L-1A) และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (L-1B) ของบริษัทที่มีสำนักงานทั้งในไทยและสหรัฐฯ

คำนวณค่าใช้จ่าย
ค่าธรรมเนียม MRV
$205.00
MRV $205 + ค่าธรรมเนียมการป้องกันการฉ้อโกง $500 (กรณีใช้ Blanket Petition)
ระยะเวลาที่อยู่ได้
L-1A สูงสุด 7 ปี / L-1B สูงสุด 5 ปี
อายุวีซ่า
เริ่มที่ 1–3 ปี แล้วต่อได้
เวลาดำเนินการ
2 สัปดาห์ – 3 เดือน

ขั้นตอนทั้งหมด 15 ขั้น

เรียงตามลำดับที่ต้องทำ

1. วางแผนก่อนเริ่ม
1

เข้าใจวีซ่าอเมริกา และภาพรวมทั้งกระบวนการ

ก่อนกรอกอะไรทั้งสิ้น ต้องเข้าใจก่อนว่ากำลังจะเจอกับอะไร — ขั้นตอนจริงมี 7 ขั้น ใช้เวลารวม 2–4 เดือน และต้องจ่ายเงินก่อน…

2

เช็คคุณสมบัติ และเข้าใจกฎ 214(b) ที่ตัดสินทุกอย่าง

เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดูว่าคุณรวยแค่ไหน แต่ดูว่าคุณมีเหตุผลให้กลับไทยหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ต้องเตรียมคำตอบตั้งแต่วันนี้

3

รวบรวมข้อมูลก่อนกรอก DS-160 (เช็กลิสต์ครบทุกช่อง)

DS-160 มีประมาณ 20 ส่วน ถ้าคุณต้องหยุดไปหาข้อมูลกลางทาง ระบบจะ timeout ใน 20 นาที และคุณจะเสียสมาธิ

2. ใบสมัคร DS-160
4

เตรียมรูปถ่าย 2×2 นิ้ว ให้ผ่านมาตรฐานเป๊ะ

สหรัฐฯ เข้มเรื่องรูปถ่ายมาก ต้องพื้นขาว ใบหน้า 50–69% ของภาพ ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน และห้ามใส่แว่น

5

เริ่มกรอก DS-160 ส่วนที่ 1: เปิดใบสมัคร เลือกสถานทูต และข้อมูลส่วนตัว

เริ่มที่ ceac.state.gov/genniv จด Application ID ให้ดี ระบบจะตัดการเชื่อมต่อใน 20 นาที ให้กด Save ทุกหน้าจอ

6

กรอก DS-160 ส่วนที่ 2: ครอบครัว งาน การศึกษา ประวัติเดินทาง

ส่วนนี้กินเวลามากที่สุด เพราะต้องย้อนข้อมูล 5 ปี อย่าประมาณ ให้เปิดเอกสารจริงประกอบ

7

กรอก DS-160 ส่วนสุดท้าย: คำถามความปลอดภัย ตรวจทาน ส่ง และพิมพ์ใบยืนยัน

คำถามความปลอดภัยทุกข้อโดยปกติตอบ No — แต่ต้องอ่านจริง อย่าติ๊กผ่าน แล้วพิมพ์ใบยืนยันที่มีบาร์โค้ดเก็บไว้

3. ชำระเงินและนัดคิว
8

สร้างบัญชีในระบบ ustraveldocs และผูกใบสมัคร DS-160

ustraveldocs.com/th/th คือระบบราชการของสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ใช้สำหรับชำระเงิน นัดสัมภาษณ์ และเลือกจุดรับพาสปอร์ต

9

ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า (MRV) 185 ดอลลาร์

ค่าธรรมเนียมไม่คืนเงิน จ่ายเป็นเงินบาทตามอัตราที่ระบบแจ้ง และต้องจ่ายทุกคนแม้เด็กทารก

10

จองวันสัมภาษณ์ และกรณีต้องเร่งคิว

หลังจ่ายเงินแล้วจึงจองคิวได้ คิวว่างไม่เท่ากันทุกช่วง ให้เลี่ยงฤดูท่องเที่ยวและเลือกวันอังคาร–พฤหัสบดี

4. วันสัมภาษณ์
11

เตรียมเอกสารและซ้อมคำถามสัมภาษณ์

สัมภาษณ์ใช้เวลาแค่ 1–3 นาที คำตอบสั้น ชัด ตรง และสอดคล้องกับ DS-160 คือหัวใจทั้งหมด

12

วันสัมภาษณ์: ขั้นตอนในสถานทูตตั้งแต่วินาทีแรกจนทราบผล

สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ อยู่ที่ถนนวิทยุ ใกล้ BTS เพลินจิต ขั้นตอนมี 5 ด่าน ใช้เวลารวม 1.5–3 ชั่วโมง

5. หลังสัมภาษณ์
13

หลังสัมภาษณ์: ตรวจสถานะ รับพาสปอร์ตคืน และตรวจสติกเกอร์วีซ่า

หลังผ่าน 3–7 วันทำการพาสปอร์ตจะมาถึง ตรวจทุกตัวอักษรบนสติกเกอร์ ถ้าผิดให้ติดต่อสถานทูตทันที

14

ได้วีซ่าแล้ว: สิ่งที่ต้องรู้ก่อนบินเข้าสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่ ตม. ที่สนามบินเป็นผู้กำหนดว่าอยู่ได้กี่วัน และการอยู่เกินกำหนดมีผลร้ายระยะยาว

15

ถ้าถูกปฏิเสธวีซ่า (214(b)): ทำอย่างไรต่อ

วีซ่าถูกปฏิเสธไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ แต่ยื่นใหม่ได้ การยื่นซ้ำโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนจะจบแบบเดิม

เอกสารที่ต้องเตรียม

★

พาสปอร์ตเล่มปัจจุบัน

ต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันเดินทาง และมีหน้าว่างอย่างน้อย 1 หน้า

ขอได้ที่: มีอยู่แล้ว / กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

★

พาสปอร์ตเล่มเก่าทุกเล่ม

ถ้าเคยมีวีซ่าสหรัฐฯ หรือวีซ่าประเทศอื่น ต้องนำไปด้วยเพื่อแสดงประวัติการเดินทาง

ขอได้ที่: เก็บไว้เอง

★

ใบยืนยันการนัดหมาย (Appointment Confirmation)

พิมพ์จากระบบ ustraveldocs

ขอได้ที่: ustraveldocs.com

★

ใบยืนยัน DS-160 (Confirmation Page)

หน้าที่มีบาร์โค้ดและเลข AA00xxxxxx

ขอได้ที่: ceac.state.gov/genniv

★

รูปถ่าย 2×2 นิ้ว พื้นขาว

ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ไม่ใส่แว่นตา

ขอได้ที่: ร้านถ่ายรูป / ทำเอง

★

บัตรประชาชนไทย

ใช้ตรวจตัวตนที่ประตูทางเข้า

ขอได้ที่: มีอยู่แล้ว

★

หนังสือรับรองการทำงาน (Employment Letter)

ระบุตำแหน่ง เงินเดือน วันเริ่มงาน และวันลาที่ได้รับอนุมัติ ถ้าออกเป็นภาษาอังกฤษได้จะดีที่สุด

ขอได้ที่: ฝ่ายบุคคลของบริษัท

★

สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3–6 เดือน

แสดงรายได้ประจำที่สม่ำเสมอ

ขอได้ที่: ระบบเงินเดือนบริษัท

★

Statement ธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน

ขอที่เคาน์เตอร์ธนาคาร ต้องมีตราประทับ ยอดเงินควรสัมพันธ์กับรายได้จริง

ขอได้ที่: ธนาคารที่ใช้บริการ

○

ใบเสียภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.90/91) ปีล่าสุด

แสดงรายได้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ขอได้ที่: กรมสรรพากร / e-Filing

○

หนังสือรับรองบริษัท / ใบทะเบียนพาณิชย์

สำหรับเจ้าของกิจการ ควรมีงบการเงินและรายการเสียภาษีนิติบุคคลด้วย

ขอได้ที่: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

★

สำเนาทะเบียนบ้าน

แสดงว่าคุณมีที่อยู่ถาวรและสมาชิกครอบครัวในไทย

ขอได้ที่: สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ

○

ทะเบียนสมรส / ใบเกิดบุตร

แสดงความผูกพันกับครอบครัว

ขอได้ที่: สำนักงานเขต

○

โฉนดที่ดิน / ทะเบียนรถ / หนังสือสัญญา

หลักฐานทรัพย์สินในชื่อของคุณ

ขอได้ที่: มีอยู่แล้ว

★

แผนการเดินทาง (วันไป–วันกลับ)

ตารางการเดินทาง เมืองที่จะไป และที่พัก ไม่ต้องซื้อตั๋วจริง

ขอได้ที่: จัดทำเอง

○

การจองโรงแรม / ตั๋วเครื่องบินแบบยกเลิกได้

ช่วยยืนยันว่ามีแผนเดินทางจริง

ขอได้ที่: เว็บไซต์จอง

○

จดหมายเชิญจากญาติ/บริษัทในสหรัฐฯ

ถ้าไปเยี่ยมญาติหรือไปประชุม ควรมีจดหมายระบุความสัมพันธ์และวัตถุประสงค์

ขอได้ที่: ผู้เชิญจัดทำ

★

หลักฐานการทำงานกับบริษัทไทย 1 ปี

สลิปเงินเดือน สัญญาจ้าง จดหมายยืนยันตำแหน่ง

ขอได้ที่: บริษัทไทย

ดูเช็กลิสต์เอกสารทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อยสำหรับวีซ่านี้

ถ้าลืม Application ID และคำตอบ Security Question จะกลับเข้าใบสมัครเดิมไม่ได้ ต้องเริ่มกรอกใหม่ทั้งใบ (ยังไม่ต้องจ่ายเงินซ้ำถ้ายังไม่ได้ผูกกับระบบนัดหมาย) จึงควรจด Application ID ไว้ในมือถือ กระดาษ และส่งเข้าเมลตัวเองทันทีที่ระบบออกให้

ใบสมัครที่บันทึกไว้ (Save) จะถูกลบถ้าไม่มีการแก้ไขภายใน 30 วัน และใบสมัครที่ submit แล้วจะหมดอายุประมาณ 1 ปี นับจากวันที่ submit — ต้องดำเนินการชำระเงินและสัมภาษณ์ภายในกรอบเวลานั้น

ถ้าเป็นข้อมูลเล็กน้อย (เบอร์โทร ที่อยู่) แจ้งแก้กับเจ้าหน้าที่ในวันสัมภาษณ์ได้ ถ้าเป็นข้อมูลสำคัญ (ชื่อสะกดผิด เลขพาสปอร์ตผิด วันเกิดผิด) ควรกรอกใหม่ทั้งใบ และถ้ายังไม่ผูกกับระบบนัดหมายก็สามารถใช้ใบใหม่ได้เลย

ต้องกรอกครับ ตั้งแต่ปี 2019 เป็นช่องบังคับ ให้ระบุแพลตฟอร์มและ username ที่ใช้ใน 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ต้องใส่รหัสผ่าน และต้องตอบตามจริง ถ้าไม่มีเลยให้เลือก None

ช่องข้อมูลหลักต้องเป็นภาษาอังกฤษ ยกเว้นช่อง "Full Name in Native Alphabet" ที่ให้กรอกชื่อ-นามสกุลภาษาไทยได้

ยื่นใหม่ได้ทันที ไม่มีกำหนดรอขั้นต่ำ แต่ต้องกรอก DS-160 ใหม่และจ่ายค่าธรรมเนียมใหม่ การยื่นซ้ำเร็วเกินไปโดยไม่มีหลักฐานใหม่มักได้ผลลัพธ์เดิม แนะนำให้ใช้เวลา 1–3 เดือนสร้างหลักฐานเพิ่มก่อนยื่นใหม่

การปฏิเสธตามมาตรา 214(b) ไม่ถือเป็นการห้ามเข้าประเทศ และไม่ได้ติดตัวตลอดชีวิต หลายคนที่ถูกปฏิเสธครั้งแรกได้วีซ่าในการยื่นครั้งถัดไปหลังจากมีหลักฐานความผูกพันที่แข็งแรงขึ้น สิ่งที่ติดตัวคือการให้ข้อมูลเท็จหรือการปลอมเอกสารต่างหาก

โดยทั่วไปสถานทูตไม่ให้เหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับกรณี 214(b) เจ้าหน้าที่จะบอกด้วยวาจาและคืนพาสปอร์ตพร้อมเอกสารที่ระบุมาตรา 214(b) ให้คุณวิเคราะห์จุดอ่อนของตัวเองและปรับปรุงก่อนยื่นใหม่

ระบบต้องใช้เวลาประมวลผลการชำระเงิน โดยบัตรเครดิตมักอัปเดตเร็ว ส่วนการโอน/เงินสดอาจใช้เวลา 1–2 วันทำการ ให้กลับเข้าไปเช็คสถานะว่าเปลี่ยนเป็น "ชำระเงินแล้ว" ก่อน ถ้าเกิน 2 วันทำการแล้วยังไม่เปลี่ยน ให้ติดต่อ Call Center ของ ustraveldocs พร้อมหลักฐานการโอน

โดยทั่วไปเลื่อนได้ 1–2 ครั้งผ่านระบบ ustraveldocs ควรเลื่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 วันทำการ ถ้าไม่ไปตามนัดโดยไม่แจ้ง (No-show) อาจต้องเริ่มกระบวนการใหม่และจ่ายค่าธรรมเนียมใหม่

ได้ในกรณีฉุกเฉินจริง เช่น ญาติสนิทเสียชีวิตหรือป่วยหนัก ต้องเดินทางไปรักษาพยาบาล นักศึกษาเปิดเทอมใกล้ โดยยื่นคำขอทางระบบพร้อมหลักฐานประกอบ การอนุมัติขึ้นกับดุลพินิจของสถานทูต

ที่สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ (ถนนวิทยุ ใกล้ BTS เพลินจิต) หรือสถานกงสุลสหรัฐฯ เชียงใหม่ ตามที่คุณเลือกตอนเปิด DS-160 และ ustraveldocs — ต้องเลือกให้ตรงกันทั้งสองระบบ

วีซ่าท่องเที่ยว/ธุรกิจ B1/B2, F, J, M, C, D = 185 ดอลลาร์ ส่วนกลุ่ม H, L, O, P, Q, R = 205 ดอลลาร์ ค่าธรรมเนียมนี้ไม่สามารถขอคืนได้ ไม่ว่าจะได้วีซ่าหรือไม่ และใช้ได้กับใบสมัครเพียงครั้งเดียว

ในประเทศไทยสามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิต/เดบิต, การโอนเงินผ่านธนาคาร (EFT/Bill Payment) หรือเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยาตามที่ระบบแสดง ช่องทางอาจเปลี่ยนแปลง ให้ยึดตามที่หน้าเว็บ ustraveldocs แสดงในขณะที่คุณชำระเงิน

ต้องจ่ายครับ ทุกคนที่ยื่นคำขอวีซ่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียม MRV เต็มจำนวน รวมถึงทารกและเด็กเล็ก

เป็นโครงการนำร่อง (Paid Expedite) สำหรับผู้ขอวีซ่า B1/B2 ที่ต้องการสัมภาษณ์ภายใน 10 วันทำการ โดยจ่ายเพิ่มจากค่า MRV 185 ดอลลาร์ เปิดให้ใช้เฉพาะบางสถานทูตและมีจำนวนจำกัด ถ้าไม่เห็นตัวเลือกนี้ในระบบ แปลว่าขณะนั้นยังไม่เปิดให้ใช้หรือที่นั่งเต็ม

ขนาด 2×2 นิ้ว (5×5 ซม.) พื้นหลังสีขาว ใบหน้าคิดเป็น 50–69% ของความสูงภาพ ถ่ายภายใน 6 เดือน ห้ามใส่แว่นตา ไฟล์ดิจิทัลต้องเป็น JPEG ไม่เกิน 240 KB

ได้ ถ้าถ่ายในที่แสงสว่างสม่ำเสมอ พื้นหลังขาวสะอาด ไม่มีเงา และตรวจผ่านเว็บราชการ tsg.phototool.state.gov แล้ว แต่ถ้าไม่มั่นใจ การไปร้านถ่ายรูปจะปลอดภัยกว่า

ต้องนำไปครับ อย่างน้อย 1–2 รูป แม้จะอัปโหลดใน DS-160 แล้ว เพราะสถานทูตอาจขอรูปเพื่อสแกนใหม่

ไม่ได้ครับ ห้ามนำโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต สมาร์ทวอทช์ กล้อง หูฟัง อาหาร และของเหลวเข้าสถานทูต ให้ฝากไว้กับคนที่ไปด้วย หรือใช้บริการรับฝากของใกล้สถานทูต (ประมาณ 50–150 บาทต่อชิ้น)

โดยทั่วไป 1–3 นาที แต่ใช้เวลารอคิวและผ่านด่านต่าง ๆ รวมประมาณ 1.5–3 ชั่วโมง ควรเผื่อเวลาไว้ทั้งครึ่งวัน

เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่พูดไทยได้และจะถามตามภาษาที่คุณถนัด แต่ควรเข้าใจคำถามภาษาอังกฤษพื้นฐานไว้ด้วย ถ้าฟังไม่ทันสามารถขอให้พูดซ้ำได้อย่างสุภาพ

ไม่ต้องครับ ให้ตอบคำถามก่อน แล้วยื่นเอกสารเมื่อเจ้าหน้าที่ขอ การยื่นกองเอกสารทันทีอาจทำให้ดูเหมือนเตรียมสคริปต์มา และเจ้าหน้าที่จะดูเอกสารเฉพาะที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ

ทราบผลด้วยวาจาในวันสัมภาษณ์เลย ถ้าผ่าน เจ้าหน้าที่จะยึดพาสปอร์ตไว้และส่งคืนพร้อมวีซ่าภายใน 3–7 วันทำการ ผ่าน DHL eCommerce ส่วนสถานะอย่างเป็นทางการดูได้ที่ ceac.state.gov

ไม่ใช่ครับ ตัววีซ่ามีอายุ 10 ปีและเข้าออกได้หลายครั้ง แต่ระยะเวลาที่อยู่ได้ในแต่ละครั้งเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง โดยปกติไม่เกิน 6 เดือน และดูได้จากวันที่ "Admit Until" ในระบบ I-94

ไม่ต้องครับ ระบบ EVUS ใช้กับผู้ถือพาสปอร์ตจีนเท่านั้น ผู้ถือพาสปอร์ตไทยไม่ต้องลงทะเบียน EVUS และไม่ต้องจ่ายเงินให้เว็บใดที่อ้างว่าต้องทำ

แจ้งความที่สถานีตำรวจ แล้วขอพาสปอร์ตเล่มใหม่ที่กรมการกงสุล จากนั้นต้องยื่นขอวีซ่าใหม่ (ต้องสัมภาษณ์ใหม่) วีซ่าเดิมไม่สามารถโอนไปเล่มใหม่ได้ แนะนำให้ถ่ายรูปสติกเกอร์วีซ่าและหน้าพาสปอร์ตเก็บไว้เสมอ

ต้องขอทุกคนครับ ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในโครงการยกเว้นวีซ่า (Visa Waiver Program) จึงไม่สามารถใช้ระบบ ESTA ได้ ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยทุกคนต้องยื่นคำขอวีซ่าและเข้าสัมภาษณ์ (เว้นแต่เข้าเกณฑ์ยกเว้นการสัมภาษณ์ตามที่ระบบแจ้ง)

ลำดับที่ถูกต้องคือ: (1) เลือกประเภทวีซ่าให้ตรงกับจุดประสงค์ (2) เตรียมข้อมูลให้ครบ (3) กรอก DS-160 (4) สร้างบัญชี ustraveldocs (5) ชำระเงิน MRV (6) จองคิว (7) ไปสัมภาษณ์ (8) รับพาสปอร์ตคืน

โดยรวมประมาณ 1–4 เดือน ขึ้นอยู่กับคิวว่างของสถานทูต ช่วงที่คิวยาวคือ พฤษภาคม–สิงหาคม และ พฤศจิกายน–มกราคม แนะนำให้เริ่มล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนก่อนวันเดินทาง

ผ่านได้ แต่ต้องชดเชยด้วยหลักฐานด้านอื่นที่แข็งแรง เช่น งานมั่นคง รายได้ดี ครอบครัวและทรัพย์สินในไทย บางคนเลือกเดินทางไปประเทศที่ขอวีซ่าง่ายก่อน (ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์) แล้วกลับมาตรงเวลา เพื่อสร้างประวัติการเดินทาง