US คู่มือขอวีซ่าอเมริกา จับมือทำทีละขั้น ตั้งแต่เริ่มจนได้วีซ่า

เช็กลิสต์งานทั้งหมด

ทุกงานที่ต้องทำในขั้นตอนกลาง — ติ๊กเมื่อทำเสร็จ

ความคืบหน้ารวม 0% · 0 / 99 งาน
ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ — การติ๊กจะถูกจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้เท่านั้น เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครฟรี เพื่อบันทึกถาวร
1. วางแผนก่อนเริ่ม

เข้าใจวีซ่าอเมริกา และภาพรวมทั้งกระบวนการ

ก่อนกรอกอะไรทั้งสิ้น ต้องเข้าใจก่อนว่ากำลังจะเจอกับอะไร — ขั้นตอนจริงมี 7 ขั้น ใช้เวลารวม 2–4 เดือน และต้องจ่ายเงินก่อน…

0/4
  • อ่านภาพรวมทั้ง 7 ขั้นตอนให้จบ
    เข้าใจว่ากำลังจะเจอกับอะไรก่อนเสียเงิน
  • เลือกประเภทวีซ่าให้ตรงกับจุดประสงค์
    B1/B2, F-1, J-1 หรืออื่น ๆ เลือกให้ถูกตั้งแต่ต้น
  • คำนวณงบประมาณและกำหนดวันเดินทางคร่าว ๆ
    เผื่องบประมาณ 8,000–15,000 บาทสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • กำหนดเป้าหมาย: อยากได้วีซ่าภายในกี่เดือน (ไม่บังคับ)
    แนะนำให้เริ่มล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนก่อนวันเดินทาง

เช็คคุณสมบัติ และเข้าใจกฎ 214(b) ที่ตัดสินทุกอย่าง

เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดูว่าคุณรวยแค่ไหน แต่ดูว่าคุณมีเหตุผลให้กลับไทยหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ต้องเตรียมคำตอบตั้งแต่วันนี้

0/4
  • ทำแบบประเมิน 10 ข้อของตัวเอง
    ถ้าตอบใช่ 6 ข้อขึ้นไป ถือว่ามีโอกาสดี
  • เขียนเหตุผลการเดินทาง 1–2 ประโยคให้ชัดเจน
    ต้องอธิบายได้ทันทีเมื่อถูกถาม
  • ระบุหลักฐานความผูกพันกับไทย 3 อย่างที่แข็งแรงที่สุด
    เช่น งาน ครอบครัว ทรัพย์สิน
  • ตรวจสอบว่าตัวเองมีประวัติที่ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ (ไม่บังคับ)
    เช่น เคยถูกปฏิเสธ เคย overstay

รวบรวมข้อมูลก่อนกรอก DS-160 (เช็กลิสต์ครบทุกช่อง)

DS-160 มีประมาณ 20 ส่วน ถ้าคุณต้องหยุดไปหาข้อมูลกลางทาง ระบบจะ timeout ใน 20 นาที และคุณจะเสียสมาธิ

0/6
  • เปิดไฟล์บันทึกข้อมูล (Google Docs / Notepad)
    ใช้เป็นที่รวบรวมข้อมูลทุกอย่างก่อนกรอก DS-160
  • คัดลอกข้อมูลพาสปอร์ตและเลขบัตรประชาชน
    ชื่อ-นามสกุล เลขที่พาสปอร์ต วันออก วันหมดอายุ
  • เขียนที่อยู่ปัจจุบันเป็นภาษาอังกฤษ
    ใช้รูปแบบ: บ้านเลขที่, ซอย, ถนน, แขวง, เขต, จังหวัด, รหัสไปรษณีย์
  • รวบรวมประวัติงาน/การศึกษา 5 ปี
    ชื่อบริษัท ตำแหน่ง ช่วงเวลา ที่อยู่ เบอร์โทร
  • รวบรวมประวัติเดินทางไปต่างประเทศ 5 ปี
    ประเทศ + ปีที่ไป ดูจากตราประทับในพาสปอร์ต
  • ลิสต์บัญชีโซเชียลมีเดียที่ใช้ใน 5 ปีที่ผ่านมา
    ชื่อแพลตฟอร์ม + username ที่ใช้

สมัครสถานศึกษาและขอเอกสาร I-20

ต้องได้ตอบรับจากโรงเรียนที่ได้รับอนุมัติ SEVP แล้วโรงเรียนจะออก I-20 ให้ พร้อมเลข SEVIS ID

0/4
  • เลือกสถานศึกษาและตรวจสอบว่าได้รับรอง SEVP
    ค้นหาที่ studyinthestates.dhs.gov/school-search
  • ยื่นใบสมัครเรียนและรอใบตอบรับ
    เตรียม transcript, IELTS/TOEFL, SOP
  • ยื่นหลักฐานการเงินเพื่อขอ I-20
    ต้องเพียงพอสำหรับอย่างน้อย 1 ปีการศึกษา
  • รับ I-20 และจด SEVIS ID
    ตรวจชื่อ วันเกิด หลักสูตร วันเริ่มเรียนให้ถูกต้อง

ขอเอกสาร DS-2019 และชำระค่า SEVIS

สปอนเซอร์โครงการจะออก DS-2019 ให้ เมื่อได้แล้วจึงกรอก DS-160 และจ่าย SEVIS 220 ดอลลาร์

0/3
  • สมัครโครงการผ่านสปอนเซอร์ที่ได้รับอนุมัติ
    ตรวจสอบสปอนเซอร์กับสถานทูต/เว็บไซต์ทางการ
  • รับ DS-2019 และตรวจสอบรายละเอียด
    ชื่อ วันเกิด วันเริ่ม-สิ้นสุดโครงการ
  • ชำระค่า SEVIS 220 ดอลลาร์ และพิมพ์ใบเสร็จ
    fmjfee.com

เริ่มจากนายจ้างยื่นคำร้อง I-129 (H-1B / L-1 / O-1)

ได้ I-797 อนุมัติแล้วจึงเริ่ม DS-160 และนัดสัมภาษณ์ได้ ลำดับจึงต่างจากวีซ่าท่องเที่ยว

0/4
  • ยืนยันกับนายจ้างว่ายื่น I-129 แล้ว
    วีซ่ากลุ่มนี้ยื่นเองไม่ได้
  • รับสำเนา I-797 Approval Notice
    ตรวจชื่อ ตำแหน่ง วันเริ่มงาน
  • ขอจดหมายจ้างงาน (Employment Letter) จากนายจ้าง
    ระบุตำแหน่ง เงินเดือน หน้าที่
  • เตรียมหลักฐานคุณวุฒิและเรซูเม่
    ปริญญาบัตร Transcript ใบรับรองวิชาชีพ

คู่หมั้น: เริ่มจาก I-129F ที่ฝ่ายอเมริกันยื่นให้

ฝ่ายที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ ยื่น I-129F เมื่ออนุมัติแล้วเรื่องจะไปที่สถานทูตเพื่อออกวีซ่า K-1

0/3
  • ยืนยันว่าฝ่ายอเมริกันยื่น I-129F แล้ว
    พร้อมหลักฐานความสัมพันธ์
  • เตรียมเอกสารพลเรือน (สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ใบรับรองโสด)
    ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ
  • ทำใบรับรองประวัติอาชญากรรมและตรวจสุขภาพ
    ตามที่สถานทูตกำหนด

วีซ่าผู้อพยพ: เส้นทาง I-130/I-140 → NVC → สัมภาษณ์

เริ่มจากผู้ยื่นในสหรัฐฯ เมื่อ USCIS อนุมัติ เรื่องไปที่ NVC ให้เก็บเอกสาร แล้วจึงนัดสัมภาษณ์ที่สถานทูต

0/4
  • ยืนยันว่า I-130/I-140 ได้รับอนุมัติแล้ว
    ตรวจสอบเลข Case Number
  • กรอก DS-260 ในระบบ CEAC
    ใบสมัครวีซ่าผู้อพยพออนไลน์
  • ยื่นเอกสารพลเรือนและ I-864 ต่อ NVC
    Affidavit of Support จากผู้สนับสนุน
  • ตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลที่สถานทูตอนุมัติ
    ใช้เวลา 3–7 วันทำการ
2. ใบสมัคร DS-160

เตรียมรูปถ่าย 2×2 นิ้ว ให้ผ่านมาตรฐานเป๊ะ

สหรัฐฯ เข้มเรื่องรูปถ่ายมาก ต้องพื้นขาว ใบหน้า 50–69% ของภาพ ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน และห้ามใส่แว่น

0/4
  • ถ่ายรูปพื้นหลังขาว หรือไปร้านถ่ายรูป
    บอกร้านว่า "รูปวีซ่าอเมริกา 2×2 นิ้ว พื้นขาว"
  • ตรวจรูปผ่านเว็บราชการ tsg.phototool.state.gov
    ระบบจะบอกว่าผ่านหรือไม่ผ่านทันที
  • ครอปและบันทึกเป็น JPEG ไม่เกิน 240 KB
    แนะนำ 1200×1200 พิกเซล
  • พิมพ์รูปกระดาษ 2×2 นิ้ว 2 รูป
    นำไปวันสัมภาษณ์ด้วยเสมอ

เริ่มกรอก DS-160 ส่วนที่ 1: เปิดใบสมัคร เลือกสถานทูต และข้อมูลส่วนตัว

เริ่มที่ ceac.state.gov/genniv จด Application ID ให้ดี ระบบจะตัดการเชื่อมต่อใน 20 นาที ให้กด Save ทุกหน้าจอ

0/5
  • เข้า ceac.state.gov/genniv และเปิดใบสมัครใหม่
    เลือก Location = THAILAND, BANGKOK
  • จด Application ID (AA00xxxxxx) และคำตอบ Security Question
    จดในมือถือและกระดาษ อย่างน้อย 2 ที่
  • กรอก Personal Information 1 และ 2
    ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล โซเชียลมีเดีย
  • กรอกข้อมูลพาสปอร์ต
    เลขที่ วันออก วันหมดอายุ เมืองที่ออก
  • กรอก Travel Information
    จุดประสงค์ B1/B2 วันเดินทาง ที่พักในสหรัฐฯ

กรอก DS-160 ส่วนที่ 2: ครอบครัว งาน การศึกษา ประวัติเดินทาง

ส่วนนี้กินเวลามากที่สุด เพราะต้องย้อนข้อมูล 5 ปี อย่าประมาณ ให้เปิดเอกสารจริงประกอบ

0/6
  • กรอก Travel Companions
    ต้องตรงกับสิ่งที่คุณจะตอบในวันสัมภาษณ์
  • กรอกประวัติการเดินทางไปสหรัฐฯ ที่ผ่านมา
    วีซ่าเดิม วันที่เข้า-ออก การถูกปฏิเสธ (ตอบตามจริง)
  • กรอก US Point of Contact
    ใช้ชื่อโรงแรมได้ถ้าไม่รู้จักใคร
  • กรอกข้อมูลครอบครัว (บิดา มารดา คู่สมรส บุตร)
    รวมวันเกิดของบิดามารดา
  • กรอกข้อมูลงานปัจจุบันและงานย้อนหลัง 5 ปี
    พร้อม Job Description 1–2 ประโยค
  • กรอกประวัติการศึกษาและภาษา
    มัธยมขึ้นไป + ภาษาที่พูดได้

กรอก DS-160 ส่วนสุดท้าย: คำถามความปลอดภัย ตรวจทาน ส่ง และพิมพ์ใบยืนยัน

คำถามความปลอดภัยทุกข้อโดยปกติตอบ No — แต่ต้องอ่านจริง อย่าติ๊กผ่าน แล้วพิมพ์ใบยืนยันที่มีบาร์โค้ดเก็บไว้

0/5
  • ตอบคำถาม Security and Background ทั้ง 5 ส่วน
    อ่านทุกข้อ อย่าติ๊กผ่าน
  • ตรวจทานหน้า Review ทีละบรรทัด
    เน้นชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเกิด
  • กด Sign and Submit
    พิมพ์ชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษในช่องลายเซ็น
  • พิมพ์ใบยืนยัน (Confirmation) 2 ฉบับ + บันทึก PDF
    ต้องมีบาร์โค้ดและเลข AA00xxxxxx
  • ส่งใบยืนยันเข้าเมลของตัวเอง (ไม่บังคับ)
    เป็นสำรองอีกชั้น
3. ชำระเงินและนัดคิว

สร้างบัญชีในระบบ ustraveldocs และผูกใบสมัคร DS-160

ustraveldocs.com/th/th คือระบบราชการของสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ใช้สำหรับชำระเงิน นัดสัมภาษณ์ และเลือกจุดรับพาสปอร์ต

0/5
  • สมัครบัญชีที่ ustraveldocs.com/th/th
    ใช้อีเมลที่เช็คทุกวัน
  • ยืนยันอีเมลผ่านลิงก์ที่ส่งมา
    เช็ค Junk/Spam ด้วย
  • สร้างคำร้องใหม่และกรอกข้อมูลส่วนตัว
    ชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเกิด ต้องตรงกับ DS-160
  • ผูกเลข DS-160 Barcode เข้ากับคำร้อง
    เลข AA00xxxxxx จากใบยืนยัน
  • เลือกวิธีรับพาสปอร์ตคืน (ส่งบ้าน หรือรับที่ DHL)
    กรอกที่อยู่ให้ถูกต้องครบถ้วน

ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า (MRV) 185 ดอลลาร์

ค่าธรรมเนียมไม่คืนเงิน จ่ายเป็นเงินบาทตามอัตราที่ระบบแจ้ง และต้องจ่ายทุกคนแม้เด็กทารก

0/4
  • เลือกช่องทางชำระเงินและพิมพ์ใบชำระเงิน CGI
    บัตรเครดิต / EFT / เงินสดที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  • ชำระค่าธรรมเนียม MRV 185 ดอลลาร์
    จ่ายเป็นเงินบาทตามอัตราที่ระบบแจ้ง
  • เก็บใบเสร็จ / สลิป / ภาพหน้าจอสถานะ Paid
    ถ่ายรูปเก็บในมือถือทันที
  • กลับเข้าเช็คว่าสถานะเปลี่ยนเป็น "ชำระเงินแล้ว"
    ถ้าเกิน 1 วันทำการยังไม่เปลี่ยน ให้ติดต่อ Call Center

ชำระค่า SEVIS I-901 (350 ดอลลาร์)

จ่ายที่ fmjfee.com เท่านั้น ใช้เวลาประมวลผล 3 วันทำการ และต้องพิมพ์ใบเสร็จไปด้วย

0/2
  • จ่ายค่า SEVIS I-901 ที่ fmjfee.com
    350 ดอลลาร์สำหรับ F-1
  • พิมพ์ใบเสร็จ I-901 เก็บไว้ 2 ฉบับ
    ต้องนำไปวันสัมภาษณ์

จองวันสัมภาษณ์ และกรณีต้องเร่งคิว

หลังจ่ายเงินแล้วจึงจองคิวได้ คิวว่างไม่เท่ากันทุกช่วง ให้เลี่ยงฤดูท่องเที่ยวและเลือกวันอังคาร–พฤหัสบดี

0/4
  • เลือกวันและเวลาสัมภาษณ์
    แนะนำอังคาร–พฤหัสบดี ช่วงเช้า
  • พิมพ์ใบยืนยันการนัดหมาย 2 ฉบับ
    ต้องนำไปวันสัมภาษณ์
  • จดวันนัดลงปฏิทินมือถือ + ตั้งเตือนล่วงหน้า 2 วัน
    กันลืม
  • วางแผนการเดินทางไปสถานทูต/กงสุล
    คำนวณเวลาเดินทาง ที่จอดรถ และเวลาที่ต้องออกจากบ้าน
4. วันสัมภาษณ์

เตรียมเอกสารและซ้อมคำถามสัมภาษณ์

สัมภาษณ์ใช้เวลาแค่ 1–3 นาที คำตอบสั้น ชัด ตรง และสอดคล้องกับ DS-160 คือหัวใจทั้งหมด

0/7
  • เตรียมเอกสารระดับบังคับให้ครบ
    พาสปอร์ต ใบยืนยันนัด ใบยืนยัน DS-160 รูปถ่าย บัตรประชาชน
  • ขอหนังสือรับรองการทำงานจากบริษัท
    ระบุตำแหน่ง เงินเดือน วันเริ่มงาน และวันลาที่อนุมัติ
  • ขอ Statement ธนาคารย้อนหลัง 6 เดือนที่เคาน์เตอร์
    ต้องมีตราประทับธนาคาร
  • เตรียมสลิปเงินเดือน 3–6 เดือน
    พิมพ์จากระบบบริษัทหรือขอจากฝ่ายบุคคล
  • ซ้อมตอบคำถาม 15 ข้อ (อัดวิดีโอ)
    ให้คนอื่นถาม แล้วดูว่าตัวเองตอบชัดไหม
  • เตรียมคำตอบสำหรับจุดอ่อนของตัวเอง
    เช่น เพิ่งเปลี่ยนงาน ไม่มีประวัติเดินทาง เคยถูกปฏิเสธ
  • จัดแฟ้มเอกสารเป็น 3 ชุดตามระดับความสำคัญ
    บังคับ / งาน-เงิน / เสริม

คำถามสัมภาษณ์เฉพาะ F-1 และหลักฐานที่ต้องเตรียม

F-1 ใช้เวลาสัมภาษณ์นานกว่า B1/B2 เล็กน้อย เพราะมีเรื่องหลักสูตรและเงินทุนต้องอธิบาย

0/3
  • เตรียมคำตอบเรื่องเหตุผลการเลือกสถาบัน
    ต้องเชื่อมโยงกับอาชีพในอนาคต
  • เตรียมคำตอบเรื่องแผนหลังจบการศึกษา
    เน้นกลับไทยไปทำงาน
  • เตรียมเอกสารการเงินและ I-20 ให้ครบชุด
    รวม Sponsor Letter และหลักฐานรายได้

วันสัมภาษณ์: ขั้นตอนในสถานทูตตั้งแต่วินาทีแรกจนทราบผล

สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ อยู่ที่ถนนวิทยุ ใกล้ BTS เพลินจิต ขั้นตอนมี 5 ด่าน ใช้เวลารวม 1.5–3 ชั่วโมง

0/5
  • ตรวจสอบเส้นทางและเวลาที่จะไปถึงสถานทูต
    ไปถึงก่อนเวลานัด 15–30 นาที
  • จัดเตรียมโทรศัพท์/กระเป๋าให้มีคนฝากไว้
    ห้ามนำโทรศัพท์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้า
  • แต่งกายสุภาพและเตรียมพร้อมตอบคำถามสั้น ๆ
    เหมือนไปสัมภาษณ์งาน
  • ผ่านด่านตรวจความปลอดภัยและสแกนลายนิ้วมือ
    นำเอกสารใส่แฟ้มพลาสติกใส
  • เข้าสัมภาษณ์และรับฟังผล
    ตอบสั้น ตรง ชัด ไม่ท่องจำ
5. หลังสัมภาษณ์

หลังสัมภาษณ์: ตรวจสถานะ รับพาสปอร์ตคืน และตรวจสติกเกอร์วีซ่า

หลังผ่าน 3–7 วันทำการพาสปอร์ตจะมาถึง ตรวจทุกตัวอักษรบนสติกเกอร์ ถ้าผิดให้ติดต่อสถานทูตทันที

0/5
  • ตรวจสถานะที่ ceac.state.gov หลังสัมภาษณ์ 1–2 วัน
    ดูว่าเป็น Issued / Administrative Processing / Refused
  • ติดตามการจัดส่งพาสปอร์ตจาก DHL
    ดู SMS/อีเมลแจ้งเลขพัสดุ
  • ตรวจสติกเกอร์วีซ่าทีละบรรทัดก่อนออกจากจุดรับ
    ชื่อ วันเกิด เลขพาสปอร์ต ประเภทวีซ่า วันหมดอายุ
  • ถ่ายรูปสติกเกอร์วีซ่าเก็บไว้ในมือถือและอีเมล (ไม่บังคับ)
    สำรองข้อมูลกรณีพาสปอร์ตหาย
  • ตั้งเตือนวันหมดอายุวีซ่าในปฏิทิน (ไม่บังคับ)
    เตือนล่วงหน้า 1 ปี

ได้วีซ่าแล้ว: สิ่งที่ต้องรู้ก่อนบินเข้าสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่ ตม. ที่สนามบินเป็นผู้กำหนดว่าอยู่ได้กี่วัน และการอยู่เกินกำหนดมีผลร้ายระยะยาว

0/4
  • จองตั๋วเครื่องบินและที่พักหลังจากได้วีซ่าแล้ว
    อย่าจองก่อนได้วีซ่า
  • ทำประกันการเดินทาง (ไม่บังคับ)
    ค่ารักษาพยาบาลในสหรัฐฯ สูงมาก
  • เตรียมเอกสารที่จะแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ตม.
    ที่พัก ตั๋วขากลับ หลักฐานการเงิน
  • บันทึกวัน admit until จาก I-94 หลังเข้าประเทศ
    i94.cbp.dhs.gov — ตั้งเตือนก่อนวันต้องออก 7 วัน

หลังได้วีซ่า F-1: สิ่งที่ต้องทำเมื่อถึงสหรัฐฯ

ต้องรายงานตัวกับโรงเรียน เข้าเรียนเต็มเวลา และห้ามตกสถานะหรือทำผิดเงื่อนไข

0/3
  • รายงานตัวที่ International Student Office
    ภายในสัปดาห์แรกที่ไปถึง
  • ลงทะเบียนเรียนเต็มเวลาตามที่โรงเรียนกำหนด
    รักษาสถานะนักเรียน
  • อัปเดตที่อยู่และข้อมูลติดต่อในระบบ SEVIS
    แจ้งผ่านเจ้าหน้าที่โรงเรียนทุกครั้งที่ย้ายที่อยู่

กฎ 2 ปี (Two-Year Home Residency) และการกลับไทย

ตรวจดูใน DS-2019 ว่าติด 212(e) หรือไม่ — ถ้าติด ต้องกลับไทย 2 ปีหรือขอยกเว้น

0/2
  • ตรวจว่า DS-2019/วีซ่าติดกฎ 2 ปี (212(e)) หรือไม่
    ถ้าติด ต้องวางแผนกลับไทย 2 ปี
  • ถ้าติดกฎและต้องการขอยกเว้น เตรียม DS-3035 (ไม่บังคับ)
    ต้องยื่นก่อนวีซ่าหมดอายุ

ถ้าถูกปฏิเสธวีซ่า (214(b)): ทำอย่างไรต่อ

วีซ่าถูกปฏิเสธไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ แต่ยื่นใหม่ได้ การยื่นซ้ำโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนจะจบแบบเดิม

0/3
  • อ่านจดหมาย/คำอธิบายรหัสการปฏิเสธให้เข้าใจ
    214(b) ต่างจาก 212(a) อย่างมาก
  • วิเคราะห์จุดอ่อนที่ทำให้ถูกปฏิเสธ
    งาน เงิน ประวัติเดินทาง ครอบครัว
  • วางแผนสร้างหลักฐานเพิ่มก่อนยื่นใหม่
    ไม่ควรยื่นซ้ำทันทีโดยไม่มีอะไรเปลี่ยน