US คู่มือขอวีซ่าอเมริกา จับมือทำทีละขั้น ตั้งแต่เริ่มจนได้วีซ่า
2. ใบสมัคร DS-160 ขั้นที่ 12 / 24 ⏱ 30–45 นาที 💰 ไม่มีค่าใช้จ่าย

กรอก DS-160 ส่วนสุดท้าย: คำถามความปลอดภัย ตรวจทาน ส่ง และพิมพ์ใบยืนยัน

ส่วนที่ต้องตอบให้ระวังที่สุด และขั้นตอน submit ที่ห้ามพลาด

สรุปสั้น ๆ: คำถามความปลอดภัยทุกข้อโดยปกติตอบ No — แต่ต้องอ่านจริง อย่าติ๊กผ่าน แล้วพิมพ์ใบยืนยันที่มีบาร์โค้ดเก็บไว้

1) Security and Background (5 ส่วน)

ทั้งหมดมี 5 หมวด: ด้านสุขภาพ (Part 1), ความปลอดภัยทางอาญา (Part 2), ความมั่นคง (Part 3), ผู้อพยพผิดกฎหมาย (Part 4), อื่น ๆ (Part 5)

หมวดตัวอย่างคำถามคำตอบปกติ
Part 1 — Healthมีโรคติดต่อร้ายแรงที่ต้องแจ้งไหม / มีปัญหาสุขภาพจิตที่เป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่นไหม / ติดยาเสพติดไหมNo
Part 2 — Criminalเคยถูกจับ/ถูกกล่าวหา/ถูกตัดสินคดีอาญาไหม (รวมคดีที่ถูกยกเลิกด้วย) / เคยถูกจับข้อหาขับรถเมาไหมNo (ถ้าไม่มีประวัติ)
Part 3 — Securityเคยเป็นสมาชิกองค์กรก่อการร้าย/จารกรรม/ genocide ไหม / เคยฝึกใช้ explosives ไหมNo
Part 4 — Immigrationเคยอยู่เกินวีซ่า (overstay) ไหม / เคยถูก deport หรือถูกห้ามเข้าประเทศไหม / เคยทำงานในสหรัฐฯ โดยไม่มีใบอนุญาตไหมNo (ถ้าไม่มี)
Part 5 — Miscellaneousเคยถูกจับกุม/เนรเทศจากประเทศอื่นไหม / เคยถูกปฏิเสธวีซ่าไหม / เคยถูกระงับวีซ่าไหมNo (ถ้าไม่มี)
สำคัญมาก: ถ้าคุณตอบ Yes ข้อใดข้อหนึ่ง ระบบจะให้ช่องอธิบายเพิ่มเติม คุณ ต้อง อธิบายให้ชัดเจนและมีหลักฐานประกอบในวันสัมภาษณ์ การตอบเท็จในข้อเหล่านี้เป็นเหตุให้ถูกห้ามเข้าประเทศถาวร (permanent bar) ได้ ไม่ใช่แค่ถูกปฏิเสธวีซ่า

2) Review — ตรวจทานทุกหน้า

ระบบจะแสดงข้อมูลทั้งหมดที่คุณกรอกในหน้าเดียว อ่านทีละบรรทัด โดยเฉพาะ:

  • สะกดชื่อ-นามสกุล ตรงกับพาสปอร์ต (ตัวอักษรทุกตัว)
  • เลขที่พาสปอร์ต และวันหมดอายุ
  • วันเดือนปีเกิด (ค.ศ. ถูกต้อง ไม่ได้กรอก พ.ศ.)
  • เลขบัตรประชาชน
  • อีเมล เบอร์โทร ที่อยู่
  • อาชีพและชื่อบริษัท (สะกดถูก)
  • วันเดินทางที่ตั้งใจ

ถ้าพบข้อผิดพลาด ให้กดปุ่มแก้ไขข้างช่องนั้น ระบบจะพากลับไปหน้าเดิม แก้แล้วกลับมาหน้า Review อีกครั้ง

3) Sign and Submit

ช่อง "Sign" ต้องพิมพ์ชื่อ-นามสกุลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (พิมพ์ชื่อของคุณเอง ไม่ต้องใช้ลายเซ็นดิจิทัล) และต้องยืนยันว่า "ข้อมูลทั้งหมดที่ให้ไว้เป็นความจริงและถูกต้อง" จากนั้นกด Sign and Submit

4) พิมพ์ใบยืนยัน (Confirmation Page) — ห้ามข้ามขั้นนี้

  1. เมื่อ Submit สำเร็จ ระบบจะแสดงหน้า Confirmation ที่มีบาร์โค้ดและเลข AA00xxxxxx
  2. กดปุ่ม Print Confirmation แล้วพิมพ์ออกมา 2 ฉบับ (เก็บไว้ 1 ฉบับ + พกไปสัมภาษณ์ 1 ฉบับ)
  3. บันทึกเป็น PDF เก็บไว้ในมือถือและอีเมล
  4. กด Email Confirmation เพื่อส่งเข้าเมลของตัวเองอีกชั้น
  5. จด Application ID (AA00...) และ Barcode ลงในสมุด/โน้ตมือถือ
สิ่งที่ต้องมีจากใบยืนยันนี้:
  • เลข Application ID (AA00xxxxxx)
  • เลข Barcode ด้านบนของหน้า
  • ชื่อ-นามสกุล และเลขพาสปอร์ต
  • ชื่อสถานทูตที่เลือก (BANGKOK หรือ CHIANG MAI)
ตัวเลขนี้จะต้องใช้ตอนผูกใบสมัครในระบบ ustraveldocs

5) หลัง Submit แล้วต้องแก้อะไร ทำได้ไหม?

สถานการณ์ทำอะไรได้
เพิ่ง submit แล้วพบว่ากรอกผิดเล็กน้อย (เช่น เบอร์โทร)ไม่ต้องแก้ — ไปแจ้งแก้ที่เจ้าหน้าที่ในวันสัมภาษณ์ได้
ข้อมูลสำคัญผิด (ชื่อสะกดผิด, เลขพาสปอร์ตผิด)ควรกรอก DS-160 ใหม่ทั้งใบ (ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใหม่ด้วยถ้ายังไม่ได้ผูกกับระบบนัดหมาย) หรือแจ้งแก้ในวันสัมภาษณ์
ยังไม่ submit และยังไม่เกิน 30 วันเข้า "Retrieve an Application" ด้วย Application ID + คำตอบ Security Question แล้วแก้ต่อได้
ต้องการเปลี่ยนวันเดินทางแก้ได้ก่อน submit ถ้า submit แล้วให้แจ้งเจ้าหน้าที่วันสัมภาษณ์
ห้ามกด Submit ซ้ำหลายครั้ง ระบบจะสร้างใบสมัครใหม่และคุณจะสับสนว่าอันไหนคืออันที่ใช้จริง ให้ใช้ใบเดียวและจดเลขไว้ให้ดี

เช็กลิสต์ของขั้นตอนนี้

ทำเสร็จข้อไหนให้ติ๊ก — ระบบจะบันทึกความคืบหน้าให้ (กำลังบันทึกในเบราว์เซอร์นี้)

ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ — การติ๊กจะถูกจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้เท่านั้น สมัครฟรี เพื่อบันทึกข้ามอุปกรณ์
  • ตอบคำถาม Security and Background ทั้ง 5 ส่วน
    อ่านทุกข้อ อย่าติ๊กผ่าน
    กรอกใบสมัคร
  • ตรวจทานหน้า Review ทีละบรรทัด
    เน้นชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเกิด
    ตรวจสอบ
  • กด Sign and Submit
    พิมพ์ชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษในช่องลายเซ็น
    กรอกใบสมัคร
  • พิมพ์ใบยืนยัน (Confirmation) 2 ฉบับ + บันทึก PDF
    ต้องมีบาร์โค้ดและเลข AA00xxxxxx
    สำคัญมาก
  • ส่งใบยืนยันเข้าเมลของตัวเอง (ไม่บังคับ)
    เป็นสำรองอีกชั้น
    ตรวจสอบ