J-1 ทำงานอย่างไร
วีซ่า J-1 ต้องมี สปอนเซอร์ (Sponsor) ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตัวอย่างเช่น:
- โครงการ Work & Travel (นักศึกษาไทยไปทำงานช่วงฤดูร้อน)
- โครงการ Internship / Trainee (ฝึกงานในบริษัทสหรัฐฯ)
- โครงการ Au Pair (เลี้ยงเด็กและเรียนวัฒนธรรม)
- โครงการ Research Scholar (นักวิจัยรับเชิญ)
- โครงการ Teacher / Professor (ครูและอาจารย์)
ขั้นตอน
- สมัครผ่านสปอนเซอร์ที่ได้รับอนุมัติ (ระวังตัวแทนที่อ้างว่าจัดการได้แต่ไม่มีใบอนุญาต)
- กรอกใบสมัครโครงการ + สัมภาษณ์กับสปอนเซอร์ + จ่ายค่าธรรมเนียมโครงการ
- สปอนเซอร์ออก DS-2019 พร้อม SEVIS ID (ขึ้นต้นด้วย N)
- ตรวจสอบ DS-2019 ให้ละเอียด: ชื่อ วันเกิด สัญชาติ ชื่อโครงการ ชื่อสปอนเซอร์ วันเริ่ม–สิ้นสุด และวงเงินที่รับผิดชอบ
- ชำระ ค่า SEVIS I-901 จำนวน 220 ดอลลาร์ ที่ fmjfee.com (ยกเว้นโครงการที่รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนเต็มจำนวน)
- พิมพ์ใบเสร็จ SEVIS เก็บไว้ 2 ฉบับ
- จากนั้นดำเนินการตามขั้นตอนกลางของคู่มือนี้ (DS-160 → ustraveldocs → ชำระ MRV → นัดสัมภาษณ์)
ค่าใช้จ่ายของโครงการ Work & Travel: นอกจากค่า SEVIS และ MRV แล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมสปอนเซอร์ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าประกันสุขภาพ — ให้ถามสปอนเซอร์ให้ครบทุกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนจ่ายเงิน
เอกสารไปสัมภาษณ์ J-1
- DS-2019 ตัวจริง (ลงนามแล้ว)
- ใบเสร็จ SEVIS I-901
- จดหมายตอบรับจากสปอนเซอร์ / หนังสือยืนยันการเข้าร่วมโครงการ
- หลักฐานการเป็นนักศึกษา (สำหรับ Work & Travel): ใบรับรองจากมหาวิทยาลัย
- หลักฐานการเงิน (ถ้าโครงการไม่ได้ระบุว่าให้ค่าครองชีพครบ)
- หลักฐานความผูกพันกับไทย