มาตรา 214(b) ของกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (Immigration and Nationality Act) กล่าวโดยสรุปว่า "ผู้ขอวีซ่าประเภทคนเข้าเมืองชั่วคราว จะถือว่าเป็นผู้อพยพ (คือจะอยู่ไม่กลับ) จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าตนมีคุณสมบัติตามเงื่อนไข"
แปลเป็นภาษาคนง่าย ๆ: คุณต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์ว่าคุณจะกลับไทย ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่าคุณจะอยู่ต่อ นี่คือเหตุผลที่คนมีเงินหลายล้านก็ยังถูกปฏิเสธได้ และคนเงินเดือน 20,000 บาทก็ผ่านได้ ถ้ามีความผูกพันที่ชัดเจน
เจ้าหน้าที่ดูอะไรจริง ๆ (5 กลุ่มคำถามในหัวของเขา)
| คำถามในใจเจ้าหน้าที่ | หลักฐานที่ตอบได้ดี |
|---|---|
| คุณมีงานที่ต้องกลับไปทำไหม? | หนังสือรับรองการทำงาน สลิปเงินเดือน ใบเสียภาษี เจ้าของกิจการ: ใบทะเบียนพาณิชย์ + งบการเงิน |
| คุณมีครอบครัวที่ต้องกลับไปไหม? | ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้านที่มีบุตร/บิดามารดา ใบเกิดบุตร |
| คุณมีทรัพย์สินผูกพันไหม? | โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถ สมุดบัญชีเงินฝากที่มีประวัติการออมสม่ำเสมอ |
| คุณเคยเดินทางไปต่างประเทศและกลับมาไหม? | วีซ่า/ตราประทับในพาสปอร์ตเล่มเก่า ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป สิงคโปร์ |
| คุณมีเหตุผลชัดเจนในการไปเที่ยวครั้งนี้ไหม? | แผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน (จองแบบยกเลิกได้) โรงแรม กำหนดวันกลับ |
ประเมินตัวเองก่อนเสียเงิน 185 ดอลลาร์
ตอบคำถาม 10 ข้อนี้ ถ้าตอบ "ใช่" ตั้งแต่ 6 ข้อขึ้นไป คุณอยู่ในกลุ่มที่มีโอกาสผ่านดี
- มีงานประจำหรือกิจการที่ทำต่อเนื่องมากกว่า 1 ปี
- มีรายได้ประจำที่ตรวจสอบได้ (มีสลิปเงินเดือนหรือเสียภาษี)
- มีคู่สมรสหรือบุตรที่อยู่ในประเทศไทย
- มีบิดามารดาหรือญาติที่ต้องดูแลในประเทศไทย
- มีบัญชีเงินฝากที่มีประวัติการออมสม่ำเสมอ (ไม่ใช่เพิ่งฝากก้อนใหญ่เมื่อวาน)
- เคยเดินทางไปต่างประเทศอย่างน้อย 1 ประเทศและกลับมาตรงเวลา
- มีกำหนดวันเดินทางไป-กลับที่ชัดเจน และไม่ยาวเกินเหตุ (เช่น 10–14 วัน)
- ไม่มีญาติที่อยู่สหรัฐฯ แบบผิดกฎหมาย
- ไม่เคยถูกปฏิเสธวีซ่าหรือถูกห้ามเข้าประเทศ (หรือถ้าเคย มีเหตุผลที่ชัดเจนและสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว)
- ไม่ได้ตั้งใจไปทำงาน ไปอยู่ต่อ หรือไปแต่งงานแบบไม่มีหลักฐาน
- บอกว่าไปเที่ยว แต่ไม่มีแผนการเดินทางที่ชัดเจน และไม่มีประวัติเดินทางต่างประเทศเลย
- บอกว่าไปเยี่ยมญาติ แต่ญาติมีสถานะไม่ชัดเจนในสหรัฐฯ
- เพิ่งเปิดบัญชีฝากเงินก้อนใหญ่ เพื่อให้ดูมีเงิน
- ไม่มีงานประจำ ทำงานฟรีแลนซ์ที่ตรวจสอบได้ยาก และไม่มีหลักฐานรายได้
- ตอบคำถามไม่ตรงกับที่กรอกใน DS-160
- ไปกับคู่รัก/เพื่อน แต่ตอบว่าไปคนเดียว หรือเล่าไม่ตรงกัน
กรณีที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่น
- เคยถูกปฏิเสธวีซ่าสหรัฐฯ มาแล้ว 2 ครั้งขึ้นไป
- เคยอยู่เกินกำหนด (Overstay) ในสหรัฐฯ หรือเคยถูก deport
- มีคดีอาญา หรือเคยถูกจับแม้คดีจะถูกยกเลิก
- เคยเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ หรือเคยรับราชการทหารในบางลักษณะ
- เป็นแพทย์/พยาบาลที่รับทุนรัฐบาลสหรัฐฯ (อาจติดกฎ 2 ปี)
กรณีเหล่านี้ การยื่นเองโดยไม่เตรียมคำอธิบายที่ดี อาจทำให้เสียโอกาสไปตลอด การปรึกษาทนายด้านคนเข้าเมือง (immigration attorney) ที่ได้รับใบอนุญาตในสหรัฐฯ เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล